วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2554

จริยธรรมของสังคมไทย

อาจารย์สุทธิชัย  ปัญญโรจน์(อ.โทนี่)
ม.นเรศวร พะเยา
www.drsuthichai.com
จริยธรรมของคนในสังคมไทย
          จริยธรรม  เป็นหนึ่งในวิชาหลักของ วิชา ปรัชญา ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับความดีงามทางสังคมมนุษย์  จำแนกแยกแยะว่าสิ่งไหนถูกและสิ่งไหนผิด  หากจะอธิบายอย่างง่ายๆ แล้ว จริยธรรม หมายถึง   การแยกสิ่งถูกจากผิด  ดีจากเลว
                ความหมายตามพจนานุกรมในภาษาไทย  จริยธรรม หมายถึง ธรรมที่เป็นข้อประพฤติ  
ศิลธรรมอันดี
          แต่โดยส่วนตัวกระผมขอจำกัดความคำว่า จริยธรรม ว่า การทำความดี
                ถ้าพูดถึงคนทุกอาชีพในสังคมไทยเรา  ย่อมจะต้องมีจริยธรรมอยู่ เช่น นักการเมือง ก็ต้องมีจริยธรรมของนักการเมือง , หมอ ก็ต้องมีจริยธรรมของหมอ  , ครู อาจารย์  ก็ต้องมีจริยธรรมของ ครู อาจารย์  , สื่อมวลชน ก็คงต้องมีจริยธรรมของความเป็นสื่อมวลชน ฯลฯ
          แต่ในยุคปัจจุบัน ความเจริญก้าวหน้าทางด้านวัตถุนิยม เข้ามาอย่างรวดเร็ว ทำให้ความดีงาม  หรือ จริยธรรมของคนเรา กลับไม่เจริญก้าวหน้าตาม ซ้ำร้ายกลับ ลดน้อย   ถอยลง
                สังคม ไทยในยุคปัจจุบันมีการแข่งขันสูง จนทำให้เกิดการเอาเปรียบซึ่งกันและกัน การเอาเปรียบกันในสังคมจึงมีทุกระดับ ตั้งแต่ขอทานไปจนถึงนายกรัฐมนตรี   
                ระบบอุปถัมภ์นำเราไปสู่การขาดจริยธรรม  การเล่นพรรค เล่นพวก  การไม่แยกระหว่างเพื่อน  ญาติ และหน้าที่  การช่วยคนกระทำผิดให้พ้นผิด ถ้าคนคนนั้นคือ พรรคพวกเดียวกัน   แต่ถ้าคนละพวก ก็ไม่ให้การช่วยเหลือ  ทำให้ขาดการเสมอภาคในสังคมไทย
                ดังนั้น  ถ้าเราเรียกหา จริยธรรมของคนในสังคมไทย  เราคงต้องแก้ไขทั้งระบบของสังคม ไม่ว่าเราจะประกอบอาชีพอะไร? ต้องมีจริยธรรมอยู่ในตัวเราเสมอ เช่น 
                สื่อมวลชนซึ่งถูกยกย่องว่าเป็นฐานันดรที่ 4  เคยพิจารณาตัวเองบ้างไหม ว่าวางตัวเป็นกลางหรือไม่
เสนอข่าวตรงไปตรงมาหรือเปล่า   ไม่ทำตามคำสั่งใคร   รับใช้นายทุนมากเกินไปหรือไม่ 
          พ่อค้า  แม่ค้า ไม่คิดเอาเปรียบลูกค้า โดยเอาสินค้าที่ไม่มีคุณภาพมาขาย  ไม่ผสมสิ่งแปลกปลอม ซึ่งเป็นอันตรายให้ผู้บริโภคทาน
                ครู  อาจารย์ เป็นอีกอาชีพหนึ่ง ที่เป็นตัวอย่างให้กับสังคม รวมทั้งนักเรียน นิสิต นักศึกษา และตามหลักวิชาชีพ ครู อาจารย์ ต้องเสียสละ แต่ปัจจุบันเห็นข่าวคราวเรื่อง การขาดจริยธรรมของ ครู  อาจารย์ เกิดขึ้นบ่อย ตามหน้าหนังสือพิมพ์  โทรทัศน์ และสื่อต่างๆ
                ข้าราชการตั้งแต่ระดับเล็กไประดับใหญ่  ตามหน้าที่คือต้องรับใช้ประชาชน ให้บริการแก่ประชาชน
ทุกระดับ  ทุกเรื่อง แต่ปัจจุบันลองไปดู  การบริการบางแห่งมีการลัดคิว เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พรรคพวกและคนมีเงิน  และมีการทุจริตในหน้าที่ในหน่วยงานรัฐบางแห่งโดยเฉพาะหน่วยงานที่ดูแลผลประโยชน์มาก
                พระสงฆ์  ความ จริงตามหลักต้องมีจริยธรรม เหนือประชาชนทั่วไป แต่พระสงฆ์ บางรูป มีพฤติกรรม ที่ขาดจริยธรรม ยิ่งกว่าคนโดยทั่วไปเสียอีก เราจะเห็นได้ตามสื่อต่างๆ จน ทำให้คนบางส่วนของสังคมไทย ขาดความนับถือใน ศาสนาไปเลยก็มี ไม่ว่าการมีเพศสัมพันธ์กับสีกาหรือผู้หญิง ทั้งๆที่เป็นข้อห้ามทางศาสนา
การสะสมวัตถุ  เงินทอง ต่างๆ ของ พระสงฆ์ ซึ่ง ตามหลักศาสนาให้  ลด ละ สิ่งต่างๆ เหล่านี้
ดังนั้น เราคงต้องมาช่วยกัน ดูแล ควบคุม จริยธรรมของคนในสังคมไทย ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ยาก แต่อย่างน้อย  การประกอบอาชีพใด ก็ควรมีจริยธรรมในอาชีพนั้น

หรือเมืองไทยจะเป็นเมืองเซ็กส์

หรือเมืองไทยจะเป็นเมืองเซ็กส์ 
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
            เมื่อวานนี้ กระผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือพิมพ์เก่าๆ ได้มีนักการเมืองที่เป็นสุภาพสตรีท่านหนึ่งบอกว่า วิธีการผูกใจสามี ต้องไม่นุ่งชุดชั้นใน  ไม่ต้องนุ่งยกทรง และกางเกงใน แล้ว ภรรยาที่ดีต้องเป็นโสเภณีตอนอยู่บนเตียงกับสามี     นักการเมืองหญิงท่านนี้ปัจจุบันก็มีข่าวอยู่หน้าหนึ่งตามหนังสือพิมพ์ต่างๆ  คอยวิจารณ์ มรรยาทหรือการแต่งตัว โป๊ ของดาราต่างๆ บ้าง  คอยวิจารณ์การสอนลูกของดาราบ้าง แต่สิ่งที่กระผมสนใจก็คือ การบรรยายต่อหน้าที่ชุมชนของท่านเรื่องการผูกใจสามี  โดยใช้เซ็กส์เป็นตัวนำ
การผูกใจต่อสามีมีตั้งมากมายแต่ทำไม  ต้องมาลงที่เรื่อง เซ็กส์  หรือเมืองไทยจะเป็นเมืองเซ็กส์  นี่ไม่ใช่เรื่องแรกที่เคยได้ยินได้ฟังมา  แต่กระผมได้ยินเรื่องพรรณนี้มาตั้งหลายครั้ง แม้กระทั่ง ชาวต่างชาติ ต่างประเทศเอง เขาก็พูดทำนองนี้  กระผมเองได้มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศอยู่บ้าง  และได้มี โอกาสสอบถามชาวต่างประเทศว่า  คุณเคยไปเมืองไทยหรือเปล่า เขาตอบว่าเคย แล้ว คุณคิดว่าเมืองไทยเป็นอย่างไร   ฝรั่ง หรือ แขก เขาตอบทันทีว่า  เป็นเมืองเซ็กส์  ทำไม เขาคิดอย่างนั้น  แล้วเราไม่สามารถห้ามให้เขาคิดได้ด้วย    เมื่อไม่กี่ปีก่อนเขาก็บันทึกไว้ ในหนังสือบันทึกที่รวบรวมเรื่องราวต่างๆไว้ในโลก  เขาบันทึกว่าเมืองไทยมีดี  2 อย่าง คือ เซ็กส์ และ กอฟส์   กระผมเป็นคนมีนิสัยไม่ดีอยู่อย่างหนึ่งคือ ถ้าอยากรู้เรื่องอะไร กระผมจะพยายามค้นหาและสืบค้นจนพบ  ดังนั้นผมจึงอยากรู้เรื่องว่าทำไมชาวต่างชาติ มาเที่ยวเมืองไทยกลับไปประเทศเขาแล้วทำไมถึงว่าไทยเป็นเมืองเซ็กส์  จึงได้ถาม  เขาบอกว่า บริษัทนำเที่ยวพาเขาเที่ยวเมืองไทย ในเมืองต่างๆที่สวยงาม แต่ไปจบที่สถานที่ท่องเที่ยวประเภทขายบริการทางเพศ  เช่น ย่านพัฒน์พงษ์  ย่านรัชดา  ส่วนต่างจังหวัดก็ไม่น้อยหน้า  เช่น พัทยา ไกด์ก็พาไปสถานบริการทางเพศ  หรือ แม้แต่โรงแรมดังๆในกรุงเทพฯเอง  กระผมก็เคยเจอด้วยตัวกระผมเอง  ตอนกลางคืนมักจะมีหญิงขายบริการทางเพศ มาเคาะประตู  แล้วถามขายบริการทางเพศ   เราเองมักเคยชินกับสิ่งเหล่านี้แต่นักท่องเที่ยว เขาไม่คิดอย่างนั้น  เขาคิดว่าถ้ามาเมืองไทย ต้องมานอนกับหญิงสาวไทย 
                ดังนั้น  กระผมต้องขอร้อง บริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับด้านท่องเที่ยวบางบริษัท  เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของประเทศ  สถานที่ท่องเที่ยวมีตั้งมากมาย ไม่ว่าจะเป็น   วัดวาอาราม   ทะเล  ภูเขา  น้ำตก  วัฒนธรรม  ประเพณีไทยที่งดงาม  ฯลฯ  ทำไมไม่พาเขาไปดู  แต่พาไปดูสถานบริการทางเพศหรือมีการแสดงลามก อนาจาร เกี่ยวกับทางเพศ 
                ถ้าบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับด้านการท่องเที่ยว  ถ้ารักเมืองไทย  ถ้าเกิดมาเป็นคนไทย เราต้องช่วยกัน อย่าเห็นแค่เพียง เงินทองแค่เล็กน้อย  แต่ทำให้ภาพพจน์  ภาพลักษณ์ของประเทศไทยต้องเสียไป 
                อีกธุรกิจหนึ่งที่ทำลายภาพพจน์ของไทยเราเช่นกัน ก็คือ แหล่งขายบริการทางเพศที่มีมากขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน  รวมกับการถ่ายภาพ และ วีดีโอเกี่ยวกับภาพลามก อนาจาร  ผ่านทางสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วีซีดี  ดีวีดี อินเตอร์เน็ต  ฯลฯ
                เมื่อสื่อเหล่านี้เผยแพร่ออกไป ทำให้ภาพพจน์ของคนไทยเสียไป  ชาวต่างประเทศมักคิดว่า
เมืองไทยมีโสเภณีเด็ก ทั้งชายและหญิง  รวมถึงความต้องการมาเมืองไทยเพื่อใช้บริการทางเพศแบบต่างๆ
ดัง นั้น การจะรักษาภาพลักษณ์ของเมืองไทย เพื่อให้พ้นจากการเป็นเมือง เซ็กส์ ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย เช่น รัฐบาลต้องออกกฎหมายควบคุม  ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างจริงจัง
ธุรกิจที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องเลิกกิจการ และที่สำคัญคือประชาชนทุกคนต้องคอยสอดส่องดูแล

กิ๊ก คือ อะไร

กิ๊ก คือ อะไร


อาจารย์สุทธิชัย ปัญญโรจน์(อ.โทนี่)
ม.นเรศวร พะเยา
www.drsuthichai.com
กิ๊ก   คือ อะไร
            มีคนเคยถามกระผมว่า “ กิ๊ก หมายถึงอะไร ”   “ กิ๊ก คือ อะไร ” เพราะเขาได้ยินน้องๆ นักศึกษาหลายคนบอกว่าวันนี้ไม่ได้ไปกับแฟนแต่ไปกับ “กิ๊ก” เมื่อเจอคำถามนี้ กระผมถึงกับ อึ้ง  ตอบไม่ได้  ทำให้ต้องไปค้นคว้า  โดยกระผมได้ทำการเปิดพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายไว้ว่าเป็นคำคุณศัพท์หรือกริยาวิเศษณ์ หมายถึงเสียงของแข็งกระทบกัน
          ซึ่ง กระผมคิดว่าคงไม่ใช่ความหมายของเด็กนักศึกษาที่เขาพูดกัน จึงได้ค้นคว้าเพิ่มเติม กระผมจึงไปสอบถามเด็กนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา จึงได้รับคำตอบว่า 
 "กิ๊ก...มากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่แฟน"  แต่เมื่อถามถึงรายละเอียดนักศึกษาคนนี้ ก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน  ด้วยความอยากรู้อยากเห็น  กระผมจึงได้ไปหาเอกสารต่างๆ จึงได้ความว่า การจะเป็นกิ๊กกันได้ต้องมีกฎดังนี้เขาเรียกว่า
    กฎแห่งการมีกิ๊ก 10 ข้อ
1.
ห้ามหึงหวงแต่ห่วงกันได้ 
2.
มี Sex กันได้แต่ไม่ใช่เจ้าของกัน 
3.
ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องมากเกินเหตุ 
4.
กิ๊กอาจเปลี่ยนสถานะได้ แต่ถ้าไม่ได้ก็ห้ามเศร้า 
5.
ห้ามใช้กิ๊กร่วมกันกับเพื่อน 
6.
ถ้ากิ๊กคิดจะไปมีแฟนเป็นตัวตนโดยไม่ใช่เรา ห้ามฟูมฟายแต่ต้องพยายามยอมรับและยินดีด้วย แล้วค่อยตกลงกันอีกทีว่าจะยังกิ๊กกันต่อรึเปล่า 
7.
ไม่จำเป็นต้อง take care กันเกินเหตุ เพราะ เป็นแค่กิ๊ก 
8.
กิ๊กมีได้ไม่จำกัดจำนวนเป็น infinity ไม่จำกัดเพศ วัย และ สถานภาพ 
9.
กิ๊กสำคัญรองจากแฟน 
10.
กิ๊กยังไงก็เป็นกิ๊กต้องเจียมตัว (ถ้าแฟนเขาจับได้ต้องเลิก)
นี่ก็เป็นกฎแห่งการมีกิ๊ก แต่กระผมมีความห่วงใยอยู่ในกฎข้อที่ 2 คือ มี Sex กันได้แต่ไม่ใช่เจ้าของกัน ซึ่งกระผมเห็นว่ามันผิดจารีตประเพณีไทยแต่โบราณ  ไทยเราสอนให้ผู้หญิงรักนวลสงวนตัว  ทำให้กระผมรับไม่ได้กับคำว่า  “ กิ๊ก ”  มี Sex ได้แต่ไม่จำเป็นต้องแต่งงานเป็นสามี-ภรรยากัน หรืออาจมี “ กิ๊ก ” กับสามี-ภรรยาของคนอื่น  ถ้าพูดกันตรงๆ ก็อาจพูดได้ว่า  “ กิ๊ก ” เป็นการสนับสนุนให้คนเรามี  “ ชู้ ”  กัน  ถ้าเช่นนั้น  ท่านผู้อ่านจะรับได้มั้ยถ้า สามี-ภรรยา ของท่านไปมี  กิ๊ก หรือ มี ชู้  กับ สามี-ภรรยา ชาวบ้านเขา และถ้าท่านจับได้ คนเขาจับได้ท่านจะรู้สึกอย่างไร 
ปัจจุบัน ยุคสมัยอาจเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต  สื่อลามกมากขึ้น  ลัทธิ บริโภคนิยม เข้ามาแทนที่ ทำให้คนต้องการสิ่งต่างๆมากขึ้น ทำให้ความสุขต่างๆ ลดน้อยลง ดังนั้น ค่านิยมที่ดีงามของไทย บางอย่างจึงถูก กระแสดังกล่าว กลืน ทับถม จนหายไปในที่สุด
ในวันนี้กระผมอยากเชิญชวนพวกเรา มาสร้างค่านิยมที่ดีและถูกต้องกัน  ค่านิยมที่ รักเดียวใจเดียว  ไม่คบชู้สู่ชาย  ค่านิยมที่สร้างความคุ้มกันให้กับครอบครัว การมี กิ๊กหรือมีชู้ แน่นอนทำให้ครอบครัวแตกแยก  เกิดปัญหาหย่าร้าง  ลูกขาดความอบอุ่น ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมอื่นๆตามมา   ค่านิยมที่ทำให้พ้นภัยจาก โรคติดต่อต่างๆ เช่น โรคเอดส์  โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์   
ความรัก  ความห่วงใย  คือ สายใยของครอบครัว

วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2554

วิกฤตเลิกจ้างงาน คนตกงาน 1 ล้าน

วิกฤตเลิกจ้างงาน คนตกงาน 1 ล้าน 
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ ดร.โทนี่
www.drsuthichai.com
                                 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สคช.) ได้รายงานภาวะเศรษฐกิจ ว่า ปี 52 จะมีคนตกงานเพิ่มขึ้นประมาณ 5-6 แสนคน คิดเป็นอัตราร้อยละ 2 -2.5 ของจำนวนผู้ใช้แรงงาน ซึ่งต่ำกว่าช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 ที่มีอัตราว่างงานที่ระดับร้อยละ 4.4 ของจำนวนผู้ใช้แรงงาน 
                              ทั้งนี้ คาดว่าสำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะต้องจ่ายเงินชดเชยให้แรงงานที่ตกงานในปีหน้าประมาณ 3,000 ล้านบาท นอกจากนั้น ยังมีแรงงานที่จบการศึกษาใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดในช่วงครึ่งปีแรก อาจว่างงานอีกประมาณ 3 แสนคน 
                              ทำให้ในช่วงต้นปีหน้า จะมีคนตกงานทั้งสิ้น 9 แสนคน สำหรับการวิเคราะห์ของหน่วยงานบางแห่ง กล่าวว่า อาจถึง ล้านคนเลยที่เดียว เช่นเดียวกับนางอุไรวรรณ เทียนทอง รักษาการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงงาน กล่าวไว้ (4 ธ.ค.2551) ว่า ยอมรับว่าสถานการณ์การเลิกจ้างในขณะนี้น่าเป็นห่วง อาจมีตัวเลขคนตกงานนับล้านคนตามที่หลายฝ่ายคาดไว้ 
                            ถ้าพูดถึงสาเหตุของการว่างงานของคนทำงานในปี 52 อาจกล่าวได้ว่ามาจากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะเศรษฐกิจของโลกมีปัญหาหรือชะลอตัว โดยเฉพาะ สหรัฐอเมริกา และยุโรป ซึ่งเราต้องยอมรับว่าประเทศไทยเราส่งสินค้าออกไปขายให้ประเทศเหล่านี้ถึง 80 % เลยทีเดียว ดังนั้นถ้าประเทศเหล่านี้งดการนำเข้า หรือพูดง่ายๆว่าไม่ซื้อสินค้าจากประเทศไทยของเรา จึงกระทบกับโรงงานที่ผลิตสินค้าสำหรับส่งออก ทำให้คนตกงานเพิ่มขึ้น
                           ดังจะเห็นได้จากนิคมอุตสาหกรรมภาคกลางที่พระนครศรีอยุธยา ลามมาถึงนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือที่ลำพูน และอีกหลายประเทศที่พึ่งการส่งออก ก็มีปัญหาเช่นกัน ภาวะการเมือง จากที่ผ่านมาประเทศไทยเรา ประสบเหตุการณ์ทางการเมือง เกิดความไม่ สงบ เกิดความวุ่ยวาย เกิดการแตกแยกทางความคิดกัน ไม่สามัคคีกัน เช่น การยึดสนามบินของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทำให้คนตกงานเพิ่มมากขึ้น 
                         โดยเฉพาะในธุรกิจการท่องเที่ยว และภาคการส่งออก ซึ่งกระทบกับคนในวงกว้าง ถึงแม้ปัจจุบันจะมีรัฐบาลแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่แน่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นอีก อาจเกิดการยุบสภา การประท้วง ดังนั้น เมื่อการเมืองไม่นิ่ง ต่างชาติหรือต่างประเทศ ก็ไม่มีความมั่นใจในการที่จะนำเงินมาลงทุน ทำให้เกิดผลกระทบกับภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ธุรกิจการท่องเที่ยว โรงแรม และอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่อง ด้านตัวเลขสถานการณ์เลิกจ้าง เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2551 นางอุไรวรรณ เทียนทอง รักษาการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงงาน ในขณะนั้น ได้เปิดเผยว่า มีสถานประกอบการปิดกิจการเพิ่มขึ้นเป็น 519 แห่ง ลูกจ้างถูกเลิกจ้าง 44,794 คน และยังมีสถานประกอบการที่มีแนวโน้มจะถูกเลิกจ้างอีก 2,000 แห่ง ลูกจ้าง 83,721 คน 
                    สำหรับวิธีการแก้ไขปัญหารัฐบาลอาจเพิ่มงบประมาณให้มากขึ้น สำหรับช่วยเหลือคนว่างงาน อาจจะมีการจ้างงานตามโครงการต่างๆของรัฐบาลให้มากขึ้น เช่น โครงการบัณฑิตอาสา การเพิ่มงบประมาณในการช่วยเหลือและสนับสนุนการประกอบอาชีพหรือธุรกิจอิสระ SME การให้ความรู้ทางด้านวิชาชีพแก่ประชาชนมากขึ้น เพื่อให้เกิดการจ้างงาน พร้อมไปกับการฟื้นฟู การส่งเสริมอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่อง และที่สำคัญที่สุดจะต้องยึดหลักโดยนำเอาพระราโชบายเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นที่ตั้ง ก็จะทำให้ประเทศไทยของเรารอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้

ประเทศไทยกับการเผาป่า

เผาป่า
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
          มช.แจง3เดือนไฟป่าเผาป่าไม้ เชียงใหม่-ลำพูนแล้ว 8พันไร่ ( ปี 2551)
          ชาวบ้านลอบเผาป่าดอยสุเทพวอดกว่า 10 ไร่  (ผู้จัดการออนไลน์17 เมษายน 2551)
                สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 ตรวจยึดพื้นที่บุกรุกเผาป่าประมาณ 10 ไร่ ที่จังหวัดน่าน( 19 มีค.51)
                ข้อ ความข้างต้น เป็นข่าวเก่าๆ เกี่ยวกับการเผาป่าในปีที่แล้ว ซึ่งมักเกิดขึ้นบริเวณ พื้นที่ภาคเหนือตอนบน ความจริงกระผมคิดว่าปีนี้น่าจะน้อยลง หรือไม่มีการเผาป่าอีก แต่เหตุการณ์ก็ยังเหมือนเดิม ในปีนี้ พบว่ายังมีการเผาป่ากันอยู่
การเผาป่าทำให้เกิดหมอกควันขึ้นในจังหวัดของตนและบริเวณภาคเหนือ ทำให้คุณภาพของอากาศย่ำแย่
อีก ทั้งยังทำลาย สิ่งแวดล้อม ทำให้ประเทศไทยของเราต้องสูญเสียต้นไม้ที่มีค่า โดยการถูกเผาเป็นเถ้าถ่านหลายล้านต้นต่อปี ซึ่งต้นไม้เหล่านี้ กว่าจะโต ใช้เวลานาน บางต้นใช้เวลาหลายชั่วอายุคนเลยทีเดียว ยังไม่พอการเผาป่า
ยังทำให้ความสมบูรณ์ของดินลดลง  
ซึ่งสาเหตุในการเผาป่า มีอยู่หลายสาเหตุ เช่น การเผาเพื่อหาของป่า  (เห็ดถอบ  ผัก สัตว์ป่า )
โดย เฉพาะ การหาเห็ดถอบ ในปัจจุบันพบว่าราคาเห็ดถอบในฤดูแล้งมีราคาสูงถึงลิตรละ 200-300 บาทเลยทีเดียวเพราะเป็นของป่าหายาก นอกจากนี้ยังพบว่ามีการนำเห็ดถอบมาบรรจุกระป๋อง โดยทำเป็นธุรกิจเป็นล่ำเป็นสันเลยทีเดียว
เมื่อ ความต้องการของคนในการกินหรือบริโภค เห็ดถอบมากจึงทำให้ราคาเห็ดถอบสูง เมื่อราคาสูงคนจึงต้องหามาขาย โดยทำทุกวิธี และวิธีการหนึ่งในนั้นก็คือ การเผาป่า นั้นเอง
          การ เผาป่าเพื่อหาเห็ดถอบ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทยเราเท่านั้นครับ ยังมีประเทศเพื่อนบ้านของเราก็พากันเผาป่าเพื่อหาเห็ดถอบป้อนเพื่อบรรจุ กระป๋องอีกด้วยไม่ว่า ประเทศพม่า  ลาว ฯลฯ
การลักตัดไม้เพื่อทำฟืน เผาถ่าน ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดมลพิษขึ้นในอากาศ
การบุกรุกโค่นเผาป่าไม้ เพื่อทำการเกษตร อีกสาเหตุหนึ่ง ในการทำร้ายป่าและสิ่งแวดล้อม การทำไร่เลื่อนลอย คือ การบุกรุกป่า เผาป่า เพื่อนำที่ดินไปทำการเกษตร แต่เมื่อผลิตผลทางการเกษตรตกต่ำลง ทำได้แค่ 2-3 ปี เนื่องจากคุณภาพของดินลดลง เป็นดินจืดบ้าง  มีวัชพืชปกคลุมมากขึ้น ก็ย้ายไปบุกรุกที่ใหม่โดยการโค่นป่า เผาป่า เพิ่ม
สำหรับการแก้ปัญหาที่ผ่านมา  นายพิชิต ปิยะโชติ หัวหน้าหน่วยควบคุมไฟป่าดอยตุง จ.เชียงราย เปิดเผยว่า   ขณะนี้ สำนักงานบริการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ 15 เชียงราย กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกับหน่วยควบคุมไฟป่าดอยตุง ได้จัดทำโครงการโซเชียลแซงก์ชั่นหรือมาตรการลงโทษทางสังคม มาใช้กับชาวบ้าน โดยเฉพาะหมู่บ้านชาวไทยภูเขาในเขตพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง พื้นที่ทรงงาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และก่อให้เกิดปัญหาหมอกควันในฤดูหนาวของทุกปีที่ผ่านมา
นางเนตรนภา แซ่สี ผู้ใหญ่บ้านมูเซอลาบา ต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า
 
ทางหมู่บ้านได้เข้าร่วมโครงการของหน่วยควบคุมไฟป่า โดยได้ติดประกาศกฎข้อห้ามไว้ในหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจและปฏิบัติโดยพร้อมเพรียงกัน หากใครละเมิดเข้าไปเผาหรือทำลายป่า ก็จะมีมาตรการลงโทษทางสังคม เริ่มตั้งแต่ไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมของหมู่บ้าน กู้ยืมเงินจากกองทุนที่เกี่ยวข้องกับหมู่บ้าน หากยังผ่าฝืนหนักอาจถึงขั้นไล่ออกจากหมู่บ้าน(หนังสือพิมพ์ข่าวสด)
การที่จะหยุดการเผาป่า เพื่อลดมลพิษ ลดหมอกควัน เพิ่มคุณภาพในอากาศ คงเป็นเรื่องยากในปัจจุบัน
ถ้ามนุษย์เรา หรือ คนเรา ยังมีความโลภ ไร้จิตสำนึก  ยังมีความเห็นแก่ได้ โดยไม่คำนึงถึง สิ่งแวดล้อม หรือ อนาคต ซึ่ง ลูก หลาน ยังต้องอยู่ในโลกนี้ต่อไป  
หัวใจของสิ่งมีชีวิตอยู่ที่ป่า แล้วหัวใจของป่าอยู่ที่ใคร

เหล้ากับเทศกาลสงกรานต์

งดขายเหล้าเทศกาลสงกรานต์
โดย..ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
            การออกมาเคลื่อนไหวเรื่องของการงดขายเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์  นับว่าเป็นประเด็นที่มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
                เช่นเครือข่ายประชาคมงดเหล้าน่าน สนับสนุนห้ามขายเหล้าสงกรานต์และงานบุญ‏ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมา 
                สำหรับ สถานการณ์ในประเทศไทยเกี่ยวกับเรื่องการดื่มเหล้า สุรา แอลกอฮอล์ ในปัจจุบัน ได้ลงไปถึงเด็กและเยาวชนจำนวนมาก และในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก็เกิดอุบัติเหตุมากขึ้นเช่นเดียวกัน จากข้อมูล เทศกาลสงกรานต์ ภาพรวมสถิติอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2551 (วันที่ 11-17 เมษายน 2551 รวม 7 วัน)  ดังนี้  1) จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ มีจำนวน 4,243 ครั้ง 2) จำนวนผู้เสียชีวิต มีจำนวน 368 คน 3) จำนวนผู้บาดเจ็บ (Admit) มีจำนวน 4,803 คน  
                ส่วนใหญ่เกิดจากการดื่มสุรา เหล้า แอลกอฮอล์ และรถที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ รถมอเตอร์ไซค์  สำหรับจังหวัดที่เกิดอุบัติมากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพฯ  เชียงใหม่  นครราชสีมา
                ความจริง การห้ามขายเหล้าเรามีกฎหมายใช้ คือ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ซึ่งมีผลบังคับใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551
            ตาม มาตรา26 ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ดังต่อไปนี้ (1) วัดหรือสถานที่สำหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา, (2) สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลและร้านขายยาตามกฎหมายว่าด้วยยา, (3) สถานที่ราชการ ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เป็นร้านค้าหรือสโมสร, (4) สโมสรเยาวชน, (5) หอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพัก (6) สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ, (7) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง หรือร้านค้าในบริเวณนั้นๆ, (8) สถานที่อื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุม
                 มาตรา 27 ห้ามมิให้ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกวัน หรือเวลาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุม                  มาตรา 28 ห้ามมิให้ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ หรือบุคคลที่อาการมึนเมาจนประพฤติวุ่นวายหรือครองสติไม่ได้
                แต่ ก็ยังมีการแอบขายกันอยู่ สำหรับบางสถานที่ดังกล่าว หรือ นักดื่มก็อาจเลี่ยงไปซื้อตามร้านสะดวกซื้อแทน หมายถึง การย้ายไปซื้อในสถานที่ที่ควบคุมไม่ได้แทน เช่น ใกล้สถานศึกษา ใกล้หอพัก ใกล้สถานที่ราชการ ใกล้สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ฯลฯ
            ความ จริงการดื่มเหล้า สุรา แอลกอฮอล์ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ มากกว่า 60 โรค และยังอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุต่างๆ ดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น
                แต่ก็คงยากที่จะห้ามกันได้ ถ้าคนซื้อยังอยากซื้อ และ คนขายยังอยากที่จะขาย  สำหรับโครงการการงดขายเหล้าเทศกาลสงกรานต์ โดยส่วนตัวกระผมคิดว่า เป็นโครงการที่ดี แต่ในทางปฏิบัติ คงยากที่จะห้ามได้
                ดังนั้น กระผมเชื่อว่า คนซื้อคงต้องซื้อกันต่อไป คนขายก็ขายกันต่อไป แต่จะทำให้อย่างไรให้ซื้อลดน้อยลง หรือ ทำอย่างไรให้ดื่มกันลดน้อยลงจะดีกว่า
                เพราะ กฎหมายเป็นกฎหมายห้ามขาย ไม่ใช่กฎหมายห้ามดื่ม อย่างไรเสียจะห้ามขาย อย่างไร นักดื่มก็ขวนขวายพยายามหาดื่มจนได้ครับ

ปัญหาสื่อลามกกับวัยรุ่นไทย

ปัญหาสื่อลามกกับวัยรุ่นไทย
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)
www.drsuthichai.com
                นับวันปัญหาสื่อลามกกับวัยรุ่นไทย นับวันยิ่งมีมากขึ้น รุนแรงขึ้น กว่าในอดีต ไม่ว่าจะเป็น หนังสือลามก  ภาพยนตร์ลามก  เกมส์ลามก อินเตอร์เน็ตที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ เรื่องลามก ฯลฯ 
                ถ้า จะให้กระผมเขียนถึงปัญหาสื่อลามกกับวัยรุ่นไทย คงต้องใช้เวลานานและไม่สามารถบรรยายได้ครอบคลุมทั้งหมด เนื่องจากปัญหาสื่อลามกกับวัยรุ่นไทย มันมีความเกี่ยวโยงกับอีกหลายปัญหาเหมือน เชือกที่มีปม หลายปม ติดกัน แก้ปมหนึ่ง ออกก็ติดอีกปมหนึ่ง 
                ปัญหาสื่อลามกกับวัยรุ่นไทย มันไปเกี่ยวข้องกับปัญหาต่างๆ  เช่นปัญหาการเลี้ยงดู  ปัญหาด้านการศึกษา  ปัญหาเรื่องของบริโภคนิยม  ปัญหาเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ปัญหาเรื่องเพศ ฯลฯ
                ดังจะเห็นได้จากหัวข้อข่าวต่างๆ ตามหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่ง และสื่อต่างๆ 
          -“ รวบ 3 นักศึกษาสาว ขายตัวทาง HI5 อ้างหลงผิด-ใช้เงินฟุ่มเฟือย ” 
           - รายการ คม ชัด ลึก ประจำวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ ตอน "ขายตัว สวิงกิ้ง-ความเหลวแหลกวัยรุ่น" ได้หยิบยกปัญหาดังกล่าวมาพูดกันในรายการ เพื่อร่วมเสนอทางออกของปัญหา
          -รวบแม่เล้าสาว ม.2พาเพื่อนส่งเสี่ยขายตัว จากหนังสือพิมพ์รายวัน เชียงใหม่นิวส์ 
          และมีอีกหลากหลายข่าวตามสื่อต่างๆ
ปัญหาเหล่านี้ มีความเกี่ยวพันกับเรื่องของปัญหาสื่อลามก และมักทำให้ผู้ปกครองของเด็กวัยรุ่นโดยเฉพาะวัยรุ่นตอนต้น กังวลใจไม่ใช่น้อย เรามาพูดถึงเรื่องปัญหาสื่อลามกต่อดีกว่า
                เรา ต้องยอมรับกันว่าวัยรุ่นไทยในปัจจุบันเรียนรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ทางสื่อลามก เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ทำให้กระผมอดเป็นห่วงไม่ได้เนื่องจากสื่อลามก ส่วนใหญ่จะเป็นการแสดง ไม่ใช่ของจริง แต่เด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่อาจจะไม่ทราบ เลยทำให้เกิดการอยากลองขึ้น แล้วก่อให้เกิดการกระทำไปในทางก่อเหตุ ก่อคดีต่างๆขึ้นในสังคมไทย โดยเลียนแบบสื่อลามก เช่น สื่อหนัง x  ปัจจุบัน มีประเภทข่มขืน การมีสัมพันธ์ทางเพศกันในครอบครัว การมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ ฯลฯ
            จากการวิจัยของเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เรื่อง “ ความคิดเห็นต่อสื่อลามก : กรณีศึกษาประชาชนอายุระหว่าง 15-60 ปี ในเขต กทม. ”เมื่อวันที่ 3-7 พค.2550 พบว่า 47.5 % ติดตามสื่อลามกเมื่ออายุ 15-17 ปี  ซึ่ง 33.8 บอกว่า อยากรู้อยากลองเรื่องเพศ โดย 92 % ระบุว่าสื่อลามกทำให้เยาวชนมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และกว่า 87.6 %  บอกว่าสื่อลามกส่งเสริมการคุกคามหรือล่วงเกินทางเพศ ขณะที่ 76.5 % เห็นภาพหรือการแสดงที่ไม่เหมาะสมทางเพศ โดยใช้สื่ออินเตอร์เน็ต ส่วนอีก 72.4 % เห็นจากการดูวิดิโอ/วีซีดี นอกจากนี้ 68.2 %
ยังบอกว่าสื่ออินเทอร์เน็ตเป็นสื่อทางเพศที่เป็นปัญหาต่อเยาวชนสูงที่สุด
สำหรับแนวทางในการแก้ไข คงต้องมีการร่วมมือกันหลายๆ หน่วยงาน เช่น
รัฐบาล ควรออกกฎหมายควบคุมสื่อลามก เช่น พระราชบัญญัติภาพยนตร์  พระราชบัญญัติสิ่งพิมพ์
พระราชบัญญัติโทรทัศน์ ฯลฯ พร้อมทั้งมีการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้ปกครอง  ควรหาเวลาให้ลูก หากิจกรรมต่างๆ ที่มีประโยชน์ให้เด็กทำ ไม่ปล่อยให้เด็กอยู่คนเดียวในบ้าน  ตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ในห้องรับแขกไม่ไว้ในห้องนอนของเด็ก พร้อมทั้งเก็บสื่อลามกที่ผู้ปกครองบริโภคไว้ในที่มิดชิด
สถาบันการศึกษา ให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา จัดกิจกรรมตามความสนใจของเด็กเช่นมีสโมสร ชมรมต่างๆ มากขึ้นสื่อมวลชนและร้านค้า   สื่อมวลชนควรนำเสนอข่าวหรือข้อมูลในทางสร้างสรรค์ พยายามเซ็นเซอร์ภาพที่ส่อไปในทางลามก หรือไม่ลงภาพดังกล่าว  ร้านค้า ไม่ขายหนังสือ vcd dvd หรือเกมส์ลามกให้แก่เด็กและเยาวชน    สื่อเป็นสิ่งที่สำคัญมากครับ ถ้าบริโภคสื่อเป็นประจำในด้านใดเป็นประจำ คนนั้น ก็อาจถูกล้างสมองได้
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง ศาสนา เศรษฐกิจ แนวคิด รวมถึงเรื่องเพศสัมพันธ์ ดังนั้นสื่อลามก สามารถล้างสมองของวัยรุ่นไทยได้เช่นกัน